หมวด 8 การประชุม

หมวด7
อำนาจ หน้าที่ ของคณะกรรมการบริหาร
(ก) การประชุมคณะกรรมการบริหาร
    ข้อ 16 คณะกรรมการบริหารจัดต้องประชุมกันย่างน้อย 3 เดือนต่อหนึ่งครั้งจะต้องมีกรรมการตามข้อ 11 (1),(2),(3) เข้าระชุมไม่น้อยกว่า 7 คนและกรรมการตามข้อ 12 ต้องมีไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม
    ข้อ 17 ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม
    ในกรณีที่ประธานไม่สามารถเข้าประชุมเองได้กรรมการจะแต่งตั้งสมาชิกเข้าประชุมแทนตนได้โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษรถึงประธานทุกครั้ง
    การลงมติให้นำข้อ 24 มาใช้โดยอนุโลม
(ข) การประชุมใหญ่
    ข้อ 18 ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ปีละ 1 ครั้ง การเรียกประชุมใหญ่ต้องทำเป็นหนังสือพร้อมทั้งระบุวาระการประชุมให้สมาชิทราบก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน
    ข้อ 19 นอกจากการประชุมใหญ่สามัญ ตามข้อ 18 ถ้าคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรหรือมีสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อร้องขอให้เปิดประชุมวิสามัญก็ให้ประธานเรียกประชุมได้
    ข้อ 20 ระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเรื่องต่อไปนี้
    (1) รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารในรอบปีที่ผ่านมา
    (2) การแต่งตั้งกรรมการบริหาร
    (3) เสนองบดุลบัญชีประจำปีเพื่อพิจารณา
    (4) กำหนดนโยบายการบริหารของคณะกรรมการบริหาร
    (5) รับฟังความคิดเห็นและพิจารณาข้อคิดเห็นของสมาชิก
    (6) พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ (ถ้ามี)
    ข้อ 21 ที่ประชุมใหญ่มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
    (1) อนุมัติงบดุลและบัญชีรายละเอียดทางการเงินของชมรมประจำปี
    (2)    พิจารณาความเห็นเป็นหนังสือของสมาชิกชมรมซึ่งเลาขานุการนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่หากที่ประชุมใหญ่ได้มีมติอย่างใด ให้ถือว่าเป็นข้อผูกพันทีคณะกรรมการบริหารจะต้องปฏิบัติตามด้วย
    ข้อ 22 การประชุมใหญ่สามัญประจำต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 40คน จึงจะเป็นองค์ประชุม
กรณีที่สมาชิกมาประชุมไม่ครบองค์ประชุมตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการประชุมได้และส่งมติการประชุมให้สมาชิกรับรอง
    ข้อ 23 การประชุมวิสามัญ ถ้าไม่สามารถจัดให้มีการประชุมตามระเบียบวาระได้ เพราะสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม เมื่อพ้นกำหนดการประชุมไปครึ่งชั่วโมงให้ประธานสั่งให้เลิกการประชุม
    ข้อ 24 การนับคะแนนเสียง ในที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมากสมาชิกคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนนการลงคะแนนเสียงให้ทำโดยวิธีเปิดเผย เว้นเสียแต่เสียงข้างมากของที่ประชุมขอร้องให้ลงคะแนนลับ ก็ให้ลงคะแนนลับ  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียง เป็นเสียงชี้ขาด